วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นางสุชาดา เคนพิทักษ์ สหกรณ์จังหวัดปทุมธานีสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี เป็นประธานเปิด “โครงการสหกรณ์นักเรียนสร้างสุข ปลูกทักษะชีวิต” โดยมีนางสาวพัสตราภรณ์ โคมแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 1 จังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมและให้ความรู้การดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและผู้ปกครอง ได้ทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฝึกทักษะการคิด อ่าน เขียน การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผู้ปกครองและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการศึกษา ของบุตรหลาน โรงเรียนขยายผลความรู้ด้านต่าง ๆ สู่ผู้ปกครองและชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ ด้านการสหกรณ์ของนักเรียนให้เกิดการต่อยอด ขยายผลสู่ทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลาย สร้างภูมิคุ้มกัน ในการดำเนินชีวิตให้กับเยาวชนได้อย่างยั่งยืน มีเป้าหมายที่เป็นที่เป็นสมาชิกสหกรณ์นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 ขึ้นไปแต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ 2 พร้อมด้วยผู้ปกครองของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ รวม 30 คน และครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 40 คน ณ โรงเรียนวัดไพร่ฟ้า จังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ นำโดยนางสาวอำไพ ทำสะดวก ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ ได้ผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนองงานตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีทักษะในการจัดการ ขบวนการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันตามหลักประชาธิปไตย และสามารถนำไปต่อยอดเป็นทักษะอาชีพในอนาคต การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหลากหลายมิติ โดยช่วงแรกได้รับเกียรติจากนางสาวพัสตราภรณ์ โคมแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 1 จังหวัดปทุมธานี บรรยายในหัวข้อ “กิจกรรมการส่งเสริมสหกรณ์นักเรียน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและหลักการสหกรณ์ การบริหารจัดการสหกรณ์นักเรียนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการออมทรัพย์ให้แก่เยาวชน จากนั้นเข้าสู่ภาคปฏิบัติ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวหฤทัย จีนพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี เป็นวิทยากรบรรยายพร้อมนำฝึกปฏิบัติจริงในหัวข้อ “การปลูกต้นอ่อนทานตะวันและต้นอ่อนผักบุ้ง” ซึ่งเป็นพืชผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และสามารถสร้างรายได้ได้จริง โดยผู้เข้าร่วมอบรม ทั้งกลุ่มนักเรียน ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม และผู้ปกครอง ได้ร่วมกันลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะเมล็ด ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลรักษา เพื่อนำทักษะที่ได้ไปปรับใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนและขยายผลสู่ครัวเรือน